ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการ แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิก กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสำหรับ ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่
• ธนาคารออมสิน
• ธ.ก.ส.
• ธอส.
• ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)
สำหรับชำระหนี้แทนเกษตรกรที่เข้า ร่วมโครงการ จํานวน 50,621 ราย ยอดหนี้เงินต้นจำนวน 9,282.92 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี นับจากวันที่ ครม. อนุมัติ แบ่งการดำเนินการออก เป็น 3 ระยะ ปีที่ 1 จำนวน 10,000 ราย ขอใช้งบกลางฯ รายการเงินสำรองจ่าย ปีที่ 3 เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นปี 65 รวม 2,000 ล้านบาท ปีที่ 2 จำนวน 22,000 ราย และ |จํานวน 18,621 ราย
ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นหนึ่งในระบบและประสงค์ที่จะให้กองทุนช่วยเหลือแก้ ปัญหาหนี้สินและได้นำหนี้มาขึ้นทะเบียน ซึ่งเป็นหนี้เร่งด่วน ผิดนัดชำระหนี้และ เป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐทั้ง 4 แห่ง ตรวจ สอบแล้วกำลังรอการแก้ปัญหาทั้งสิ้น |จํานวน 50,621 ราย รวมมูลหนี้เงิน ต้นจํานวน 9,282.92 ล้านบาท ประกอบด้วย
• ธ.ก.ส. 47,973 ราย มูลค่าหนี้เงินต้น จํานวน 8, 520.41 ล้านบาท
• ธนาคารออมสิน 552 ราย มูลค่าหนี้ เงินต้น 162.37 ล้านบาท
• ธอส. 2,008 รายมูลหนี้เงินต้น 306.41 ล้านบาท
• ธพว. 88 ราย มูลหนี้เงินต้น 293.72 ล้านบาท
แนวทางการดำเนินการ ในการปรับ โครงสร้างหนี้กับสถาบันเจ้าหนี้โดยพัก ชำระเงินต้นครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) และ ดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน และให้เกษตรกร ผ่อนชำระหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ50) ตามระยะเวลาที่ตกลง แต่ไม่เกิน 15 ปี เมื่อเกษตรกรชำระหนี้คืนเสร็จสิ้นแล้ว เงินต้น (ร้อยละ 50 ที่พักไว้) และดอกเบี้ย ที่พักไว้ จะได้รับการยกให้เกษตรกร ทั้งหมด โดยสถาบันเจ้าหนี้จะได้รับการ ชดเชยเงินต้นจากรัฐบาลสำหรับการ ชดเชยดอกเบี้ยให้เป็นไปตามมติ ครม. โดยเงื่อนไขสำคัญ เกษตรกรที่เข้า ร่วมโครงการจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มกับ สถาบันการเงินอื่นใดอีก
สำหรับดอกเบี้ยค้างชำระของธนาคาร 4 แห่งนั้น ครม. เห็นชอบให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการ คลัง หารือก่อนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
การแก้ปัญหาหนี้เกษตรในครั้งนี้ เพื่อ ให้เกษตรกรได้มีโอกาสได้พักฟื้นเรื่องหนี้ สิน รักษาที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยของ เกษตรกร เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนา และฟื้นฟูตนเองและสร้างรายได้ในการ ประกอบอาชีพ ตามนโยบายของนายก รัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญ ในแก้ ปัญหาหนี้ทั้งระบบทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้ เกษตรกร ตามทีประกาศปี 65 นี้ เป็นการ แก้หนี้ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม