หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท
หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท พระธุดงค์สายป่า อายุ 72 ปี ชาวบ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม
🙏หลังสละทางโลก ตัดสินใจอุบสมบท บำเพ็ญเพียร ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงบุญ จาริกธรรม ตามรอยพระเกจิชื่อดัง คือ หลวงปู่มั่น ที่มีความเชื่อ ความศรัทธามาตลอด เพื่อหาความสงบสุขในชีวิต ทำให้ตัดสินใจขอลาครอบครัว ภรรยา และ ลูกอีก 4 คน อุปสมบทเป็นพระ มาตั้งแต่อายุ 60 ปี
โดยได้บำเพ็ญเพียร ด้วยการเดินจาริกธุดงค์เท้าเปล่า ทุกปี มาตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบัน รวมเป็นเวลาร่วม 5 ปี ทุกปีจะเดินจาริกธุดงค์ เป็นระยะทาง กว่า 1,000 กิโลเมตร จากภาคอีสาน บ้านเกิด ณ ที่พักสงฆ์ชั่วคราว ท้ายหมู่บ้านเสาเล้าใหญ่ หมู่ 2 ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ไปกลับภาคเหนืออีสาน ทุกปี ใช้ระยะเวลาเดินทางไปกลับประมาณ 2 เดือน เพื่อเป็นการบำเพ็ญเพียร
ประวัติหลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท พระธุดงค์สายป่า วัย 72-73 ปี
- เดิมเป็นชาวบ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม
- เคยเป็นทหารเกณฑ์และไปสู้รบในสงครามเวียดนาม ประมาณปี 2512 สังกัดพลกองพันปืนใหญ่ จ.อุดรธานี และเคยผ่านการฝึกรบพิเศษ ก่อนปลดประจำการพร้อมเหรียญทหารผ่านศึก
- แต่งงานแล้วมีลูก 4 คน หลังจากสร้างครอบครัว ได้ขอครอบครัวลาบวช และชอบศึกษาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น ตัดทางโลกเข้าสู่ทางธรรม
- ตั้งแต่ปี 2552 และออกแสวงบุญเป็นพระสายป่าธรรมยุติ เดินธุดงค์ไปหลายที่จำวัดตามป่าเขา และจำพรรษา
ในถ้ำเตียงสิริขันธ์ บนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร ต่อเนื่อง 4 ปี
- เข้าอุปสมบทเป็นพระ และปฏิบัติธรรมจาริกธุดงค์มานานกว่า 10 ปี รวมกว่า 10 พรรษา
- ต้องการบำเพ็ญเพียร แสวงบุญ ตามรอยหลวงปู่มั่นฯ
- กำหนดเดินให้ได้วันละ 25 – 30 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 4 กม. ต่อชั่วโมง
- ไม่รับปัจจัย ไม่ปลุกเสกสิ่งใด ไม่มีของขลังใด
- ของที่ได้จากการเดินธุดงค์ หลวงตาจะเปิดโรงทานมอบให้ผู้คน/คนแก่/เด็ก/คนท้อง/ผู้ป่วยนอนติดเตียง/บุคคลทั่วไป/วัด..ที่ท่านขอพักจำวัด
- หลวงตาบุญชื่น ฉันวันละมื้อ (มื้อเช้าก่อนออกเดินธุดงค์)
- ถึงร่างกายจะชรา อีกทั้งมีโรคเลือดจาง แต่ไม่ได้กังวล ไม่ขอขึ้นรถ ปล่อยให้เป็นไปตามสังขาร ตราบใดเดินไหวยังจะแสวงบุญทุกปี
- หลังออกพรรษาจะเดินจาริกธุดงค์เหมือนทุกปี สำคัญที่สุดคือกิจของสงฆ์จะต้องไม่ขาด มีบิณฑบาต ทำวัตรเช้าเย็น สวดมนต์ เจริญภาวนา และศึกษาธรรมะ
- หลวงตาใช้เครื่องช่วยฟังเพราะแก่แล้ว
การธุดงค์ของหลวงตา ปลายปี 64-65 เป็นระยะทางไกล พันกิโลเมตร จาก จ.ภูเก็ต ถึง อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม
ท่านใดที่สัญจรในเส้นทาง ซึ่งเริ่มธุดงค์ตั้งแต่ วันที่ 12 พ.ย.64 - ปี65
📍หมายเหตุ : บนเส้นทางหลวงตาบุญชื่นธุดงค์ #สิ่งห้ามเด็ดขาด
1.ห้ามเทน้ำ บนลาดยางที่อากาศกำลังร้อนๆ ก่อนหลวงตาก้าวถึง
2.ห้ามนำกระเป่าตังค์ หรือสิ่งของต่างๆ ให้หลวงตาเหยียบ
3.ห้ามสตรี(ผู้หญิง) เข้าใกล้หลวงตาเกินไป
4.ห้ามนำผ้าถุง หรือผ้าสตรี มาวางให้หลวงตาเหยียบ
🙏 สิ่งที่นำมาวางให้หลวงตาเหยียบได้ ผ้าต่างๆ ที่เป็นมงคล (เนื้อผ้าที่ไม่ขรุขระ) หลวงตาธุดงค์ โดยไม่ใส่รองเท้ามาทั้งชีวิต (ไม่ต้องถวายรองเท้า) หลวงตาปฎิญาณตน แสวงหาธรรมที่แท้จริง ตามสัจจะ ที่หลวงตาได้ยึดปฎิบัติดีปฎิบัติชอบ ให้ลุแก่ธรรมตามรอยหลวงปู่มั่น อนุโมทนาสาธุกับหลวงตา 🙏
📍วันที่ 15 มการาคม 2565 หลวงตาบุญชื่นได้ธุดงค์ถึง บ้านหินลาด ตำบลนาโพธิ์ อำเภอกุดรัง แวะพักก่อนที่จะเดินทางต่อ มุ่งหน้า อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสาคาม
📍วันที่ 16 มกราคาม 2565 หลวงตาบุญชื่นได้ธุดงค์ถึง อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ผ่าน รพ. บรบือ และธุดงค์
ไปทำวัตรเย็น ณ สนามโรงเรียนบ้านเปลือยหนองตูบ อำเภอบรบือ และมุ่งหน้าสู่อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
📍และวันนี้วันที่ 17 มการาคม 2565 เริ่มออกเดินธุดงค์ เวลา 08:00 น. จากโรงเรียนเปลืองหนองตูบ อำเภอบรบือ ตรงเข้าเมืองมหาสารคาม ผ่านสี่แยกแก่งเลิงจาน ผ่านสี่แยก รพ.มหาสารคาม แล้วพักทำวัตรเย็นที่โรงเรียนผดุงนารี 1 คืน ก่อนจะเดินทางออกธุดงค์ด้วยเท้าเปล่า มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อไป