ครม. เห็นชอบมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน

       ครม. มติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ปี 2565หรือมาตรการของขวัญปีใหม่

กระทรวงการคลัง
มาตรการช้อปดีมีคืน
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
• สำหรับการซื้อสินค้าหรือการรับบริการในราชอาณาจักร
• ซื้อสินค้าหรือการรับบริการตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท
• ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 ถึงวันที่ 15 ก.พ. 2565

การซื้อสินค้าและบริการที่ได้รับสิทธิ์
• ค่าสินค้า
• ค่าบริการ
• รวมถึงค่าสินค้า OTOP

สินค้าและบริการที่ไม่ได้รับสิทธิ์
• ค่าสุรา เบียร์ ไวน์
• ค่ายาสูบ
• ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับ เติมยานพาหนะ
• ค่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ
• ค่าหนังสือพิมพ์และนิตยสารและค่าบริการ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
• ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
• ค่าที่พักในโรงแรมที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม
• ค่าสาธารณูปโภค
• ค่าน้ำประปา
• ค่าไฟฟ้า
• ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์
• ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต
• ค่าบริการสำหรับบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาว ซึ่งเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2565 แม้ว่าจะจ่ายค่าบริการ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2565 ถึงวันที่ 15 ก.พ. 2565
• ค่าเบี้ยประกันวินาศภัยเพื่อสนับสนุน ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี และผู้ประกอบกิจการ
• การผลิตสินค้าท้องถิ่น (OTOP) โดยกลุ่มเป้าหมาย เฉพาะผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือ คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล

โครงการคนละครึ่ง เฟส 4
       สำหรับโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 2564 นี้ ขณะที่มาตรการโครงการคนละครึ่ง เฟส 4 คาดการณ์ว่าจะเริ่มโครงการ ในเดือน มี.ค. 2565 ถึง เม.ย. 2565 เป็นระยะเวลา 2 เดือน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ รักษากำลังซื้อและทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ขยายโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มที่มีรายได้น้อย
คุณสมบัติ
• คนไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
• รายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท หากเป็นรายได้ทั้งครอบครัวไม่เกิน 2 แสนบาทต่อปี
• หากมีบุตรจะคำนวณลดหย่อนให้เพิ่มเติม

สำหรับรายละเอียดการโอนเงิน
1. ซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน 700 และ 800 บาทต่อเดือน
2. ส่วนลดค่าก๊ซหุงต้ม 45 บาทต่อ 3 เดือน
3. ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย
• ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน
• ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน
• ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ขสมก. MRT BTS และ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์500 บาทต่อเดือน
• เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อาศัยอยู่ในเขต กทม. และปริมณฑล

         นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาเตรียมเปลี่ยนให้ผู้ถือ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวแทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรเดิม เพื่อใช้สำหรับรูดซื้อสินค้า และรองรับการโอนเงินที่รัฐบาลจะโอนให้ทุกเดือน โดยจะให้ผู้มีสิทธิเปิดให้ถือคนละใบ ทั้งนี้ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ใบเดิม ยังใช้งานได้ต่อเนื่องจนกว่าจะเริ่มใช้บัตรประชาชนในช่วงปีหน้า 2565

กระทรวงแรงงาน
         ผู้ใช้แรงงานทั้งในและนอกระบบ ลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตน ม.40  เพิ่มอัตราเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างสูงสุด 100 เท่า
1. ลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 40 เหลือร้อยละ 60 เป็นระยะเวลา 6 เดือน มีรายละเอียดดังนี้
• ลดอัตราเงินสมทบเหลือ 42 บาทต่อเดือน จากเดิม 70 บาท ต่อเดือน
• ลดอัตราเงินสมทบเหลือ 60 บาทต่อเดือน จากเดิม 100 บาท ต่อเดือน
• ลดอัตราเงินสมทบเหลือ 180 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาทต่อเดือน

         ส่วนสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับทั้ง 3 ทางเลือก ยังคงเดิมทั้งนี้จากการลดอัตราเงินสมทบดังกล่าว มีผู้ประกันตนมาตรา 40ได้รับประโยชน์กว่า 10.57 ล้านคน เกิดหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 1,408 ล้านบาท

2. เพิ่มอัตราเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างสูงสุด 100 เท่าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกจ้างที่ถูกนายจ้างเลิกจ้างหรือค้างจ่ายเงินเดือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนี้

2.1 กรณีค่าชดเชย แบ่งเป็น
• อัตราค่าชดเชยจากเดิม 30 เท่า เพิ่มเป็น 60 เท่า ของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับลูกจ้างที่มีอายุงาน 120 วัน แต่ไม่ครบ 3 ปี
• อัตราค่าชดเชยจากเดิม 50 เท่า เพิ่มเป็น 80 เท่า ของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับลูกจ้างที่มีอายุงาน 3 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี
• อัตราค่าชดเชยจากเดิม 70 เท่า เพิ่มเป็น 100 เท่า ของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับลูกจ้างที่มีอายุงาน 10 ปีขึ้นไป

2.2 กรณีเงินอื่นนอกจากค่าชดเชย อัตราเดิม 60 เท่า เพิ่มเป็น 100 เท่า ของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

3. ฟรี! ดอกเบี้ย 096 นาน 12 เดือน สำหรับการกู้ยืมเงินจากกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานนอกระบบในกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านทั่วประเทศกว่า 6,000 คน โดยกรมการจัดหางานจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้หรือค่าธรรมเนียมเหลือร้อยละ 0 ต่อปี ในงวดที่ 1 - 12 โดยไม่ปลอดเงินต้น และงวดที่ 13 เป็นต้นไปจนสิ้นสุดสัญญาคิดอัตราร้อยละ 3 ต่อปี สำหรับวงเงินกู้ยืม ผู้รับงานไปทำที่บ้านรายบุคคลกู้ได้ไม่เกิน 50,000 บาท รายกลุ่มกู้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท ผู้สนใจสามารถยื่นกู้ได้ที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯและสำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ถึง 31 สิงหาคม 2565 และทำสัญญากู้ยืมเงินภายใน 30 กันยายน 2565

          มาตรการเยียวยาผู้ประกันตน ในกิจการสถานบันเทิงและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบ ดำเนินการโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานเพื่อบรรเทาภาระค่ใช้จ่ายให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับ(ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสำนักงานประกันสังคม จะเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกันตนในอัตรารายละ 5,000 บาท ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายโครงการทั้งสิ้น 121,431 คน รวมวงเงิน 607 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้ประกันตน
• มาตรา 33 จำนวน 10,762 คน
• มาตรา 39 - 40 จำนวน 110,669 คน

กระทรวงพลังงาน
        นอกจากนี้มีมติเห็นชอบมาตรการของขวัญปีใหม่ด้านพลังงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนดังนี้

• ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2564 - 31 มี.ค. 2565
• ให้บริษัทปตท.ตรึงราคาน้ำมันทุกชนิดตั้งแต่ ธ.ค. 2564 - 4 ม.ค. 2565
• คงราคาขายปลีกเอ็นจีวีที่ 15.59 บาทต่อกก. มีผลตั้งแต่วันที่16พ.ย. 2564 - 15 ก.พ. 2565
• ขยายความช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)แก่กลุ่ม ร้านค้าหาบเร่แผงลอยอาหารที่เป็นผู้มีรายได้น้อยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาทต่อคนต่อครัวเรือนตั้งแต่ 1 - 31ม.ค. 2565
• ขยายระยะเวลาคงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นแอลพีจีภาษีมูลค่าเพิ่มโดยกำหนดราคาขายปลีกอยูที่ 318 บาทต่อถัง ขนาด 15 กก. ผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2565

แจกคูปองส่วนลดสำหรับซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 และสินค้าชุมชน

• แจกคูปองส่วนลดสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ สิทธิละ 500 บาท จำนวน 10,000 สิทธิ
• แจกคูปองส่วนลดร้อยละ 50 สำหรับซื้อสินค้าชุมชนมูลค่าส่วนลดไม่เกิน 300 บาท จำนวน 28,000 สิทธิ
• แจกคูปองส่วนลดสำหรับที่พักเขื่อนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) สิทธิละ 2 ห้อง จำนวน 15,000 สิทธิ
        นอกจากนี้ยังขยายการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน อัตราภาษีตามปริมาณ 0.20 บาทต่อลิตรออกไปอีก 6 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. - 30 มิ.ย. 2565 เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจสายการบินให้สามารถฟื้นฟูและกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว โดยคาดว่าการท่องเที่ยวในปี 2565 ธุรกิจสายการบินจะกลับมาดำเนินธุรกิจได้ราว 50% ของการท่องเที่ยวเมื่อปี 2562 ซึ่งมาตรการดังกล่าว คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ 860 ล้านบาท 

สามารถดูรายละเอียดมาตรการของขวัญปีใหม่เพิ่มเติม ได้ที่

 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar