ผู้ว่าฯ มหาสารคาม เป็นประธานเปิดงานศาลเจ้าพ่อศรีนครเตา ประจำปี 2569

ผู้ว่าฯ มหาสารคาม เป็นประธานเปิดงานศาลเจ้าพ่อศรีนครเตา ประจำปี 2569
          วันนี้ (3 มี.ค. 69)  เวลา 10.00 น. ที่ศาลเจ้าพ่อศรีนครเตา บ้านเมืองเตา ตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงานศาลเจ้าพ่อศรีนครเตา ประจำปี 2569 ที่ชาวตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นการสืบสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผ่านวัฒนธรรมประเพณี สร้างความสามัคคีในชุมชน และแสดงออกถึงความเคารพต่อเจ้าพ่อศรีนครเตา เพื่อให้ปกปักษ์รักษาลูกหลานเมืองเตาให้มีความเจริญก้าวหน้า อยู่เย็นเป็นสุข และเป็น Soft Power นำไปสู่การพัฒนาในด้านอื่นๆ ให้ยั่งยืนต่อไป ซึ่งภายในงานมีการแสดงรำถวายเจ้าพ่อศรีนครเตา โดยมี นายอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวตำบลเมืองเตา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน
          ทั้งนี้ ตามตำนานเจ้าพ่อศรีนครเตา บรรพบุรุษผู้สร้างบ้านแปลงเมือง เดิม ชื่อ เชียงสี เป็นท้าวส่วย  ซึ่งมาจากเมืองอัตตะปือแสนแป แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว มีอาชีพทำไร่ ทำนา มีความชำนาญเรื่องช้าง และมีวิชาอาคมขลัง เมื่อประมาณ พ.ศ.2310 ในช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสุริยาศน์อมรินทร์ หรือพระเจ้าเอกทัศน์ ได้มีพญาช้างเผือกแตกโรงหนีออกจากกรุงศรีอยุธยามาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสนาอำมาตย์ราชบริวารประมาณ 30 คน ได้ออกติดตาม โดยมีเจ้าพระยาสองพี่น้อง คือ เจ้าพระยาจักรี(นายทองด้วง) และเจ้าพระยาสุรสีห์(นายบุญมา) เป็นหัวหน้า ซึ่งต่อมาเจ้าพระยาจักรี ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรกของราชวงศ์จักรี ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ขบวนติดตามพญาช้างเผือกได้เดินทางถึงดงพระยาไฟเข้าเขตเมืองพิมาย มุ่งหน้าไปทางทุ่งใหญ่ เลียบเลาะแม่น้ำมูลไปทางทิศศตะวันออก(เขตทุ่งกุลาร้องไห้) เจ้าพระยาสองพี่น้อง ได้มาพบกับเชียงสี และได้สอบถามกันอยู่เป็นเวลานาน กว่าจะได้ความ เนื่องจากภาษา ไม่ตรงกัน เจ้าพระยาสองพี่น้อง ไม่ทราบความหมายคำว่า "ด่อน" เชียงสี ก็ไม่ทราบความหมาย คำว่า "เผือก" แต่ในที่สุดก็มีความเข้าใจกันได้ เจ้าพระยาจักรี จึงได้ผูกเสี่ยวกับเชียงสี พร้อมกับขอร้องให้ช่วยติดตามพญาช้างเผือก เชียงสีพร้อมกับเสี่ยวอีก 5 คน พากันออกติดตามพญาช้างเผือก จนไปถึงหนองขี้ตะโหลก (ปัจจุบันคือห้วยทับทัน)ได้พบเห็นพญาช้างเผือกกำลังเล่นน้ำอยู่กับช้างป่า เชียงสีจึงใช้วิชาอาคม ทำพิธีจับช้าง และสามารถจับพญาช้างเผือกได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดินทางกลับมาถึงบ้านของเชียงสี เจ้าพระยาจักรีได้เหลือบไปเห็นดาบของเชียงสี จึงคิดอยากได้ แต่เชียงสีปฏิเสธที่จะให้ เพราะเป็นดาบเก่าใช้มานจึงอาสาที่จะทำให้ใหม่ โดยให้เจ้าพระยาจักรีหาเหล็ก 7 แหย่งช้างมาให้ เชียงสีใช้เวลาตีดาบ 6 เดือน 15 วัน ตีดาบได้ 1 เล่ม การตีดาบของเชียงสีนั้นจะใช้นวโลหะคือโลหะเก้าชนิด ได้แก่ เหล็กไหล เหล็กปลีก เหล็กกล้า ทองเหลือง ทองแดง นาค เงิน ทองคำ ทองขาว เป็นส่วนผสม รวมกันได้น้ำหนักเก้าสิบหาบ โดยเซียงสีมีเคล็ดลับ คือ เอาขี้เป็ด 7 คอกมาชุบ แล้วเสกคาถาพระร่วง และได้นำไปทำการทดลองฟันต้นไม้ที่ดงมูล ต้นไม้ขาดเป็นแสน ๆ ต้น จึงได้ชื่อว่า "ดาบแสนตอ"
 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar