ชาวมหาสารคาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับราษฎรในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

ชาวมหาสารคาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับราษฎรในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

         ชาวบ้านกำพี้ ตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนสมาชิกกลุ่มทอผ้าไหม และราษฎรบ้านกำพี้ เมื่อปีพุทธศักราช 2543 และ พุทธศักราช 2548 ทรงมีพระราชเสาวนีย์ ให้รับราษฎรยากจนจากบ้านกำพี้และหมู่บ้านใกล้เคียงเข้าเป็นสมาชิกทอผ้าไหมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และให้จัดตั้งฟาร์มตัวอย่างฯ ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งจ้างแรงงานในชุมชน เป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยจากสารพิษ และเป็นแหล่งเรียนของชุมชน เพื่อให้ราษฎรที่มีฐานะยากจนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยังความซาบซึ้งแก่ราษฎรบ้านกำพี้และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 

          นางสมบัติ นนตะสี อายุ 60 ปี ชาวบ้านบ้านกำพี้ เล่าว่าหมู่บ้านนี้ลืมตาอ้าปากได้เพราะพระองค์ท่าน ตนได้ไปทำงานกับพระองค์ท่านรายได้ก็ดีขึ้น ความรู้ก็ไม่มีเพราะจบแค่ ป.4 ตนมีความภูมิใจมากที่ได้พระองค์ท่านมาดูแล พอได้ยินข่าวก็ตกใจร้องไห้ รู้สึกเสียใจเพราะพระองค์ท่านอุปถัมภ์ค้ำชูพวกเรามาตลอด ถึงไม่มีไร่มีนาตนก็มีอาชีพเพราะว่าได้ปักผ้าถวายงานแด่พระองค์ท่าน ก็ได้เงินมาก็มาซื้อข้าวซื้อน้ำกิน ยอมรับว่าตกใจ และเสียงใจมากที่ได้ยินข่าวของพระองค์  
          นางสาวปรียาพัตร ทองสุก ผู้จัดการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กล่าวว่าด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ท่านได้ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้ง “ฟาร์มตัวอย่าง” ขึ้น ณ บ้านกำพี้ ตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคามเพื่อเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างอาชีพ แก่ราษฎรที่มีฐานะยากจนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ มีงานทำ และมีความมั่นคงในชีวิต พระองค์ท่านเคยเสด็จมาที่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกำพี้ ถึง 2 ครั้ง คือในปี พุทธศักราช 2543 และ พุทธศักราช 2548 โดยได้พระราชทานพระเสาวนีย์ไว้ว่า ให้ที่นี่เป็น “แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร แหล่งผลิตอาหารปลอดภัยจากสารพิษ เพื่อให้ราษฎรมีอาหารที่ดีและปลอดภัยรับประทาน รวมถึงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเป็นพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ”  

          ฟาร์มตัวอย่างบ้านกำพี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกอบรม มีผู้มาศึกษาดูงานเฉลี่ยปีละกว่า 3,000–4,000 คน ทั้งจากหน่วยงานราชการ สถานศึกษา และประชาชนทั่วไป รวมถึงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการเกษตรกับเกษตรกรและเยาวชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวบรวมและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ทั้งจากฟาร์มตัวอย่างเอง และจากราษฎรที่ได้รับความรู้จากที่นี่แล้วนำไปต่อยอดทำอาชีพที่บ้านของตน ผลผลิตจะถูกนำมาจำหน่ายในพื้นที่ชุมชน และตามงานต่าง ๆ ของจังหวัด เช่น ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม รวมถึงตามอำเภอและตำบลใกล้เคียง

         โครงการศิลปาชีพไม่เพียงช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ แต่ยังช่วยสร้างคุณค่าทางจิตใจ ทำให้ผู้คนในชนบทได้อยู่กับครอบครัวไม่อพยพไปทำงานต่างถิ่น มีโอกาสแสดงฝีมือ มีความภูมิใจในผลงานของตนเอง และมีแรงบันดาลใจที่จะอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ให้สูญหายพร้อมถ่ายทอดให้ลูกหลานได้เรียนรู้และคงอยู่กับท้องถิ่น เป็นการฟื้นฟู บูรณะ ป้องกัน และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาความสมดุลของระบบนิเวศน์ที่จะอำนวยประโยชน์แก่สังคมโดยรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างยั่งยืนตลอดไป

         วีระพันธุ์ รักภักดี - ข่าว / ชลันดา พรมศิลป์ - ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar