จังหวัดมหาสารคาม 1 ใน 3 กลุ่มจังหวัดขนาดใหญ่ รับการตรวจประเมินประกวดการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. 2567
วันที่ 28 มิถุนายน 2567 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม นายจิรวัฒน์ ระติสุนทร รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจประเมินฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจประเมินและคัดเลือกจังหวัดที่มีการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี 2567 รอบตัดสิน โดยมี นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย นายกนก ศรีวิชัยนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายวินัย วิชัยวงศ์ ผอ.กลุ่มงานบริการสาธารณและประสานงานท้องถิ่นอำเภอ รักษาราชการแทน ท้องถิ่นจังหวัดมหาสารคาม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนร่วมให้การต้อนรับพร้อมนำเสนอผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน
ทั้งนี้ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ดำเนินการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน และได้กำหนดจัดการประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. 2567 ขึ้น ซึ่งแบ่งการประกวดเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มจังหวัดต้นแบบการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนยั่งยืน (กลุ่มต้นแบบ) 2 กลุ่มการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” (กลุ่มทั่วไป) ทั้งนี้ จังหวัดมหาสารคาม ได้ส่งผลการดำเนินงานของจังหวัดเข้าประกวดในกลุ่มที่ 2 ประเภทกลุ่มจังหวัดขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ 109 แห่งขึ้นไป และได้รับการกลั่นกรองผลงานและได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดสุรินทร์ ที่มีคะแนนสูงสุด ทำให้ได้เข้ารับการคัดเลือกเข้ารับการตรวจประเมินการประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. 2567 เพื่อจัดอันดับอีกครั้ง โดยในวันนี้ มีการจัดนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้จากเศษวัสดุเหลือใช้ วิธีบริหารจัดการและกำจัดขยะติดเชื้อ การคัดแยกขยะจากชุมชนต้นแบบ การดำเนินกิจกรรมธนาคารขยะในชุมชน และการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์เป็นอุปกรณ์ในการปลูกผักสวนครัว
นายจิรวัฒน์ ระติสุนทร รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจประเมินและคัดเลือกจังหวัดที่มีการบริหารจัดการขยะมูลฝอย “จังหวัดสะอาด” รอบตัดสิน กล่าวว่า ในการประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ได้มีการแบ่งกลุ่มจังหวัดออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มจังหวัดต้นแบบ และกลุ่มจังหวัดที่ผลการดำเนินดี โดยพิจารณาจากผลประกอบการ เชิงพื้นที่ นวัตกรรม จำนวนข้อร้องเรียน และการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน สำหรับจังหวัดมหาสารคาม เป็น 1 ใน 3 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกได้รับคะแนนสูงสุด จึงได้มีการทบทวนและลงพื้นที่มาตรวจประเมินเพื่อจัดอันดับจังหวัดที่สมควรได้รับรางวัลอีกครั้ง และเหตุผลที่เลือกจังหวัดมหาสารคาม เป็น 1 ใน 3 จังหวัด เนื่องจากจังหวัดมหาสารคามมีข้อเด่น คือ เป็นจังหวัดที่มีข้อจำกัด ไม่มีทรัพยากรในการดึงดูดนักท่องเที่ยว เป็นจังหวัดที่มีอาชีพเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะสามารถทำได้ดี มีความได้เปรียบภายใต้ข้อจำกัดที่มากมาย ซึ่งที่จะนำไปสู่การเป็นจังหวัดต้นแบบ จึงได้มีการลงพื้นที่ตรวจประเมินเพื่อนำไปปรับปรุงแนวคิดด้านการขับเคลื่อนบริหารจัดการขยะ เพื่อให้ผลการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ระดับประเทศ และระดับโลกต่อไป
ด้าน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดมหาสารคาม กำลังขับเคลื่อนแนวทางให้เป็น “จังหวัดสะอาด” จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วนได้ลดขยะจากแหล่งกำเนิดให้น้อยลง โดยการคัดแยกขยะในระดับครัวเรือนอย่างถูกวิธี เพื่อให้สามารถนำไปจำหน่ายเกิดรายได้ระดับครัวเรือน และชุมชน สำหรับการจัดเก็บ การขน ให้มีการตกลงกันในชุมชนถึงแนวทางการจัดเก็บ และกระบวนการสุดท้ายส่วนท้องถิ่นนำไปกำจัดให้ถูกวิธี เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยกัน ร่วมเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจสีเขียว รักษ์สิ่งแวดล้อม รักษ์โลก เนื่องจากปัจจุบันปัญหาเรื่องโลกร้อนเป็นปัญหาใหญ่ของทุกคน จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดมหาสารคามทุกคนมาช่วยกันบริหารจัดการขยะ ลดปริมาณขยะ ลดการใช้พลาสติก ทำให้สิ่งแวดล้อมบ้านเราดีขึ้น
ในช่วงบ่าย คณะอนุกรรมการฯ ได้ไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ต้นแบบด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอย“รูปแบบกองทุนฌาปนกิจขยะ”ที่บ้านติ้ว ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม โดยชาวบ้านจะนำขยะมาขายให้กับผู้ที่รับซื้อ และนำเงินฝากเข้าบัญชีกองทุนฌาปนกิจขยะของแต่ละคน โดยองค์การส่วนปกครองท้องถิ่นเป็นหน่วยดูแลเงินกองทุนดังกล่าว และหากมีสมาชิกในหมู่บ้านเสียชีวิต ก็จะหักเงินจากเงินกองทุนฯ บัญชีละ 30 บาท เพื่อนำไปมอบให้กับญาติผู้เสียชีวิต ทำให้ผู้ที่นำขยะมาขายกับกองทุนฌาปนกิจขยะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มเติม จากนั้น ได้ไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ต้นแบบการจัดการขยะอินทรีย์ของนางพุฒ บุญหล้า ประธาน อสม.เทศบาลเมืองมหาสารคาม และรองประธานบ้านแมด ซึ่งเป็นการบริหารจัดการขยะเปียกหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ นำไปปลูกพืชผักสวนครัวเป็นผักปลอดสารเคมีไว้กินในครัวเรือน เป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้จากการขายผัด จนประสบความสำเร็จ และสามารถขยายและให้ความรู้แก่สมาชิกในหมู่บ้านที่ให้ความสนใจนำไปปฏิบัติตามจำนวนมาก จึงถือเป็นต้นแบบที่ดีและเป็นผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะที่ประสบความสำเร็จ ภายใต้การกำกับดูแลของเทศบาลเมืองมหาสารคาม