พระธาตุฮวมแฮง (พระธาตุวาปีปทุม) วัดป่าหนองใต้

                      พระธาตุฮวมแฮง (พระธาตุวาปีปทุม) วัดป่าหนองใต้ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองใต้ หมู่ที่ ๕ ตำบลขามป้อม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม
                       ภายในวัดมีพระธาตุฮวมแฮง  ซึ่งเกิดจากพลังศรัทธาของผู้มีบุญหลาย  ได้มีโอกาสได้มาร่วมสร้างหลักใจซึ่งเป็นศาสนาสถานในด้านนวัตถุทางพระพุทธศาสนา ให้เกิดเป็นกองบุญข้างบึงขนาดใหญ่  ให้ชื่อว่า “พระธาตุฮวงแฮง”  ขนาดตามกว้าง  ๔๕  เมตร  ความสูง  ๖๑  เมตร  งบการก่อสร้างคงเกินกว่าร้อยล้านบาท 
                     คำปรารภของหลวงปู่ศรี มหาวีโร
                     หนองใต้ใหญ่เป็นหนองสาธารณะประโยชน์ คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในชุมชนละแวกนี้ ได้เป็นที่อาศัยทำมาหากินของผู้คนเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าทำการเกษตร เพาะปลูก ปลูกพืชผักธัญญาหารและอื่น ๆ  รวมทั้งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้อยใหญ่นานาชนิดจำนวนมาก ข้างหนองใต้ใหญ่ยังมี่โบราณสถานหลายแห่ง เช่น โนนเมืองเก่า ปัจจุบันปัจจุบันเรียกขานว่า โนนเมืองน้อย กู่เก่าโบราณเรียกขานกันมาชื่อ กู่มิถิลานคร และบ่อน้ำดื่มน้ำใช้โบราณเป็นบ่อน้ำที่ลึกมาก ถ้าลงไปก้นบ่อมองขึ้นจะมองเห็นดวงดาวตอนกลางวันได้ หนองใต้ใหญ่หลวงปู่ศรีเคยเล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟังอยู่เสมอว่า ในหนองใต้ใหญ่มีเรือทองคำจมอยู่ใต้ดินก้นหนอง ๑ ลำ และแก้วแหวนเงินทองและอื่น ๆ จำนวนมาก ในอดีตเคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อน เจ้าเมืองถึงมีเรือทองคำนั่งได้ หนองใต้เมื่อก่อนเป็นหนองที่มีผีดุมาก วันพระ  ๘  ค่ำ  ๑๕  ค่ำจะมีลูกแก้วลอยมาจากกู่มิถิลา ลอยมาในอากาศพอมาถึงใจกลางหนองลูกแก้วจะค่อย ๆ ลอยต่ำลง ๆ จนถึงผิดน้ำ ก็จะปรากฏแสงสว่างไสวพวยพรุ่งสว่างทั่วบริเวณหนองใต้ใหญ่ที่เดียวเป็นที่หวาดกลัวของผู้ที่พบเห็น
                     พ.ศ.  ๒๕๒๘  ญาติโยมบ้านหนองใต้  ญาติโยมเมืองวาปี ได้เดินทางไปวัดป่ากรุง หรือวัดประชาคมวนาราม บ้านศรีสมเด็จ อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด เพราะหลวงปู่ศรีจำพรรษาอยู่ที่นั่น เพื่อไปกราบอาราธนานิมนต์หลวงปู่มาเป็นประธานทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนสร้างศาลาพระอุโสถหลังปัจจุบันท่านก็เมตตารับนิมนต์ พอถึงวันกำหนดงาน หลวงปู่ก็เดินทางมาร่วมรับบิณฑบาตฉันภัตตราหารเช้าเสร็จ หลังจากฉันภัตราหารเช้าญาติธรรมก็ได้รวมจตุปัจจัยไทยทานถวายหลวงปู่ศรี  มหาวีโร
                     จากนั้นหลวงปู่ศรี  มหาวีโร  ได้เมตตาแสดงธรรมปฏิบัติให้สาธุชนที่มาร่วมทำบุญเป็นที่ประทับเป็นอย่างยิ่ง ช่วงท้ายของการแสดงธรรมท่านได้ปรารภว่า จะให้หน่วยงานกรมชลประทานจังหวัดมหาสารคาม มาสำรวจขุดลอก  และจะให้ทำเป็นเกาะข้นมา  ๓  เกาะ เกาะใหญ่เนื้อที่  ๖  ไร่  เกาะที่สองและเกาะที่สามเนื้อที่  ๕ ไร่ เพราะขณะนั้นหนองใต้ใหญ่เกิดการตื้นเขินอย่างมาก พอหน้าแล้งน้ำก็ขุ้นใช้ประโยชน์ได้น้อย
                     วันนั้นประกอบกับหัวหน้าชลประทานก็เดินทางมาร่วมทำบุญในครั้งนั้นด้วย หลวงปู่ก็ปรารภเรื่องการขาดแคลนน้ำให้หัวหน้ากรมชลประทานทราบ หัวหน้ากรมชลประทานก็รับไปปฏิบัติตามความประสงค์ทุกประการ
                    ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ กรมชลประทานทำโครงการลงมือขุดให้และได้ทำเป็นเกาะขึ้นมา ๑ เกาะ และได้ดินขึ้นมาถมที่สร้างพระธาตุในปัจจุบัน งบประมาณน้อยทำได้ครบทุกเกาะ หัวหน้าชลประทานก็มาการบหลวงปู่ทราบ และจะได้ดำเนินการให้สำเร็จโครงการตามวัตถุประสงค์ของหลวงปู่ต่อไป
                     ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ กรมชลประทานก็ได้ทำโครงการขุดลอกเสริมโครงการเดิมและได้ทำขึ้นมาเพิ่ม  ๒  เกาะ หลวงปู่ก็เมตตามาตรวจเยี่ยมอยู่เรื่อย ๆ ตามโอกาส  และสั่งให้พระเณรพาชาวบ้านหาต้นไม้มาปลูกให้เต็ม จะได้เป็นที่สำหรับภาวนาของภิกษุสงฆ์ สามเณรในการต่อไป
                      ยี่สิบสามปีที่ผ่านมาสถานที่ ๆ จะถมไว้ว่าสร้างเจดีย์ ก็มีแต่ความร่มรื่นเขียวขจีกับไม้นานาพันธุ์ที่ได้นำมาปลูก ไม่มีที่ว่าว่าจะมีเจดีย์เกิดขึ้นในสถานที่ตรงนี้เลย เพราะหลวงปู่ก็ไม่ได้กล่าวถึง ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ที่วัดผาน้ำย้อย หลวงปู่ก็กำลังสร้างเจดีย์ชัยมงคลขึ้น ซึ่งมีคณะศรัทธาใหญ่จากกรุงเทพฯ มาเป็นเจ้าภาพหลักในการก่อสร้างจึงทำให้ไม่เดือดร้อนเรื่องงบประมาณ  มีศิษยานุศิษย์จากต่างประเทศมาร่วมทำบุญตลอด
                     ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ พระอาจารสุวรรณ  อาภาธโร  ช่วงนั้นท่านยังจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าเกาะช้าง ตำบลเกาะพยาม อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ท่านได้ขึ้นมางานหลวงปู่ศรี  มหาวีโร ซึ่งตรงกับวันที่  ๓  พฤษภาคม  ของทุก ๆ ปี
 ท่านได้เข้าไปกราบหลวงปู่ศรี  มหาวีโร  ที่กุฎิกลางน้ำหลังปัจจุบัน ท่านได้เมตตาถามพระอาจารย์สุววณ  อาภาธโรว่า  มาจากวัดไหนหล่ะ พระอาจารย์เลยตอบไปว่า  มาจากวัดป่าเกาะช้าง  จังหวัดระนอง  ครับผม  (หลวงปู่) แต่ก่อนยุใสหล่ะ  (พระ อาจารย์)  แต่ก่อนบวชเกิดที่บ้านหนองใต้ ลูกผู้ใหญ่บุญเหลือ ปู่ชื่อผู้ใหญ่นวนที่เป็นเสี่ยวผีนายอำเภอนั่นแหละครับ ไปบวชที่ถ้ำมโหราฬ จังหวัดเลย แล้วกลับมาจำพรรษาที่วัดหนองใต้ ออกจากหนองใต้ ไปจำพรรษาที่กาญจนบุรี วัดศรีญาณสังวร  ไปจำพรรษาที่วัดป่าเกาะช้าง  จังหวัดระนองครับ (หลวงปู่) ไปจำทุกจังหวัดเด้อในวัดสาขา  (พรอาจารย์) ได้แต่ยิ้ม ๆ ยกมือสาธุ  พระอาจารย์สุวรรณ ก็เลยกราบเรียนถามเรื่องที่ค้างคาใจตลอดระยะเวลายาวนานว่า  หลวงปู่ครับ  เจดีย์ที่หนองใต้เมื่อไหร่หลวงปู่จะเมตตานำพาสร้างน้อครับผม หลวงปู่ก็ยิ้ม ๆ แล้วตอบว่า “ผู้มีบุญจะมาร่วมกันสร้างอยู่”  ท่านพระอาจารย์สุวรรณ ก็นึกในใจขึ้นมาว่าใครหนอจะเป็นผู้มีบุญพาร่วมสร้าง  ท่านก็นึกถึงแต่หลวงปู่นั้นแหละที่มีบุญวาสนาบารมีมากท่านก็คิดได้แค่นั้น  หรือจะเป็นหลวงพ่อทองอินทร์หนอ  ท่านก็เป็นพระอาวุโส พรรษารองจากหลวงปู่ศรี  มหาวีโร  ที่จะเป็นผู้นำพาสร้างต่อไป  ท่านก็คิดได้แค่นั้นเพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ในการก่อสร้างเพราะใช้งบประมาณมาก พอท่านทราบคำตอบจากหลวงปู่ในเรื่องที่ได้กราบเรียนถามทั้งดีใจและข้องใจ ดีใจก็คืออยากเห็นเจดีย์ขึ้นในสถานที่ตรงนี้  ข้องใจคือใครหนอที่จะมีบุญยาบารมีพาร่วมสร้าง
                    ปี พ.ศ. ๒๕๕๓  ท่านพระอาจารย์สุวรรณ  อาภาธโร  ได้จัดงานผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต ในเดือนเมษายน  ได้รับความเมตตาจากหลวงปู่ทองอินทร์  กตปุญโญ  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  มีพระสงฆ์และฆราวาสญาติโยมลงไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก  ท่านก็อบอุ่นใจในความเมตตาจากพระสงฆ์และฆราวาสญาติโยมทุกทั่วสาระทิศ  ทำให้งานในครั้งนั้นสำเร็จเสร็จสิ้นไปด้วยดี
                     ต่อมาก็ได้รับคำสั่งจากหลวงปู่ทองอินทร์  ว่าจะให้พระสงฆ์ไปสับเปลี่ยน  จะส่งท่านไปจำพรรษาที่ออสเตรเลีย  ท่านก็ได้ขึ้นมาจากวัดป่าเกาะช้าง  มาพักจำพรรษาที่วัดหนองใต้เพื่อเดินเรื่องเอกสารในการเดินทาง
                     ต้นปี  พ.ศ. ๒๕๕๔  มีโยมสามท่านมากราบแล้วบอกท่านว่ามีปัจจัยคนละ  ๑,๐๐๐,๐๐๐  บาท  รวม  ๓,๐๐๐,๐๐๐  บาทมีศรัทธาอยากจะสร้างเจดีย์ที่วัดไหนก็ได้  ท่านพระอาจารย์ก็ตอบโยมทั้ง  ๓  ไปว่า  ที่วัดหนองใต้หลวงปู่ก็เคยปรารภไว้นะว่าจะสร้างเจดีย์ที่นี่  แต่ไม่ทราบว่ายังจะสร้างอยู่หรือเปล่า  ต้องกราบเรียนถามท่านดูก่อน  โยมทั้ง  ๓  ท่านก็ตกลงที่จะไปกราบเรียนถามหลวงปู่ศรี  มหาวีโร  ปี  พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นปีที่หลวงปู่อาพาธหนักมากศิษยานุศิษย์  พาเข้าโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่นอยู่หลายเดือน             
                     วันต่อมาพระอาจารย์สุวรรณ  ก็ได้พาคณะศรัทธาเดินทางไปเยี่ยมการอาพาธของหลวงปู่  และจะได้ถามหลวงปู่ว่าท่านจะอนุญาตให้สร้างหรือไม่  พอไปถึงโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น  ก็เข้าไปที่ตึกสงฆ์อาพาธ  ห้องพิเศษชั้น  ๑๐  ก็ได้ถามพระอาจารย์ต๋อง  หลวงปู่พระอาจารย์เจ็บป่วยเป็นอย่างไรบ้าง  ท่านอาจารย์ต๋องตอบว่า หลวงปู่พูดไม่ได้แล้วนะ  พระอาจารย์สุวรรณถามท่านอาจารย์ต๋องว่า แขนขายังมีความรู้สึกหรือไม่  พระอาจารย์ต๋องตอบว่า  แขนขามีความรู้สึกอยู่
                     พระอาจารย์สุวรรณ  ก็เล่าเรื่องให้พระอาจารย์ต๋องฟังว่า คณะศรัทธาที่มาเขาอยากจะสร้างเจดีย์ที่หนองใต้ที่หลวงปู่เคยปรารภไว้ตั้งแต่ ฑ.ศ.๒๕๒๘  ว่าจะสร้างเจดีย์ที่หนองใต้ มีงบแล้ว  ๓,๐๐๐,๐๐๐  บาท  หลวงปู่จะอนุญาตให้สร้างไหม  ถ้าหลวงปู่อนุญาตให้หลวงปู่กำมืออาจารย์ต๋องนะครับ  พอพูดจบหลวงปู่ก็กำมือก็แสดงว่าท่านอนุญาตให้สร้าง
                     ช่วงกลางปี  ๒๕๕๔  พระอาจารย์สุวรรณได้รับคำสั่งจากหลวงปู่ทองอินทร์ให้ไปจำพรรษาที่ประเทศออสเตรเลีย ในเดือนมิถุนายน  ๒๕๕๔  ท่านก็ได้ไปจำพรรษาที่ประเทศออสเตรเลีย วันที่  ๑๖  สิงหาคม ก็ได้รับข่าวเศร้าว่าหลวงปู่ได้มรณภาพแล้ว  เป็นข่าวเศร้าที่สะเทือนใจของศิษยานุศิษย์ทั้งหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างก็เสียอกเสียใจเป็นอันมาก
                     พอออกพรรษาพระอาจารย์สุวรรณ  อาภาธโร ก็ได้เดินทางกลับมาช่วยเตรียมงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ศรี  มหาวีโรที่วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ทางวัดได้กำหนดงานวันพระราวชเพลิงศพหลวงปู่  นาวันที่  ๑๔  มกราคม  พ.ศ. ๒๕๕๕
                     พอเสร็จงานพระราชทานเพลิงสรีระหลวงปู่แล้ว  หลวงปู่ทองอินทร์  กตปุญโญ ก็ได้มอบหน้าที่ดูแลนำพาในการสร้างพระธาตุฮวมแฮงต่อไป  พระอาจารย์สุวรรณ  ก็รีบดำเนินการปรับดินบริเวณที่จะก่อสร้างเพื่อให้ทันวัน  เวลาที่กำหนดไว้คือ  วันที่  ๕  เดือน  ๕  พ.ศ. ๒๕๕๕  จะได้จัดงานวางศิลาฤกษ์  และได้ตั้งชื่อเจดีย์องค์นี้ว่า “พรธาตุฮวมแฮง”  ตั้งตามความปรารภของหลวงปู่ ที่ท่านได้ปรารภว่า ผู้มีบุญจะมาร่วมกันสร้างก็คือผู้มีบุญหลายๆ  ท่านจะมาร่วมกันสร้าง  ดังนั้นพระอาจารย์สุวรรณ  อาภาธโร จึงถอดชื่ออกจากคำดังกล่าวเป็นภาษาอีสานบ้านเฮาว่า “พระธาตุฮวมแฮง”  ดังนี้
                     วันที่  ๕  เดือน  ๕  พ.ศ. ๒๕๕๕  หลวงปู่ทองอินทร์  กรปุญโญ  ก็ได้เมตตามาเป็นประธานวางศิลาฤกษ์ ตลอดทั้งศิษยานุศิษย์ทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาส  มาจากทุกภาคในประเทศเป็นจำนวนมาก พองานวางศิลฤกษ์เสร็จสิ้นลง  พระอาจารย์สุวรรณ  อาภาธโร  ก็พาญาติโยมช่วยกันทำในการสร้างเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นกองทุนกองกุศลที่ยิ่งใหญ่จากพลังศรัทธาทุกทั่วสารทิศ ใกล้ไกลได้มาร่วมกันไม่ว่ากำลังกาย  กำลังใจ  กำลังศรัทธา ได้มาร่วมกันเป็นกองบุญข้างบึงที่ยิ่งใหญ่กองบุญหนึ่ง
           วัตถุประสงค์ในการสร้าง
                     ๑.  เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสาริกธาตุ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้รับมอบจากรัฐสภา
                     ๒.  เพื่อเป็นที่ทำกิจกรรมสงฆ์  และอบรมธรรมปฏิบัติแก่พุทธบริษัทสี่
                     ๓.  เพื่อเป็นแหล่งศึกษาพุทธประวัติและชาดกกัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อจะได้เข้าใจในการดำรงชีวิตและสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข
                     ๔.  เพื่อเป็นมรดกให้แก่ผู้มีบุญที่ได้ร่วมกันสร้างและเป็นมรดกใจของผู้พบเห็นและได้เข้ามากราบไหว้
                     ๕.  เพื่อน้อมเป็นพุทธบูชา  ธรรมบูชา  สังฆบูชา  อาจาริยะบูชา  มาตาปิตาริยะบูชา
                     ๖.  เพื่อสนองเจตนารมณ์ของหลวงปู่ที่เมตตาชี้ทางให้ลูกหลานสู่ทางสถาบันชาติ  ศาสนา  พระมหากษัติรย์สืบไป
                     พระธาตุฮวมแฮงเกิดจากพลังศรัทธาของผู้มีบุญหลาย  ได้มีโอกาสได้มาร่วมสร้างหลักใจซึ่งเป็นศาสนาสถานในต้นวัตถุทางพระพุทธศาสนาให้เกิดเป็นกองบุญข้างบึงขนาดใหญ่  ให้ชื่อว่า “พระธาตุฮวงแฮง”  ขนาดตามกว้าง  ๔๕  เมตร  ความสูง  ๖๑  เมตร  งบการก่อสร้างคงเกินกว่าร้อยล้านบาท

ที่มาข้อมูล: เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลขามป้อม
 


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar