ต่อจากบทความเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้นำเสนอ “วันอาเซียน” เกี่ยวกับความสำคัญ ที่มา และข้อมูลอื่นๆ ที่ประชาคมอาเซียนถือกำเนิดในปี 2558 นั้น และประจำเดือนนี้ เรามาทราบกันว่าคนไทยจะได้ประโยชน์อะไร โดยสรุปดังนี้
1.ป้องกันความขัดแย้งและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อช่วยส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค
2.ช่วยให้มีการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน รวมทั้งมีกลไกในการควบคุมการทำงานของภาครัฐให้มีความโปร่งใสยิ่งขึ้น
3.ช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและร่วมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มากขึ้น
4.ช่วยให้ไทยสามารถแก้ไขปัญหาและความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่นภัยพิบัติ ยาเสพติด การค้ามนุษย์
5.ช่วยสร้างอำนาจต่อรองแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนในเวทีโลกทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง
6.ทำให้ตัวเลขการค้าขายสินค้าเพิ่มพูนสูงขึ้น และผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์ในการซื้อสินค้านำเข้าจากประเทศสมาชิกอาเซียนในราคาถูกลง
7.ตลาดขนาดใหญ่ของอาเซียนกว่า 600 ล้านคน จะเป็นโอกาสในการขยายการส่งออกสินค้าไทยมากขึ้น
8.ร่วมมือกันปรับระเบียบและกฎเกณฑ์ของอาเซียนที่จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันและขจัดมาตรการกีดกันต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
9.การรวมเป็นตลาดเดียวกันจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในภูมิภาค รวมถึงประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างงานและรายได้แก่ประชาชน
10.ช่วยกระตุ้นให้ภาคส่วนต่าง ๆ ของไทย อาทิ ภาคธุรกิจ เกษตร ท่องเที่ยว เริ่มปรับตัวเพื่อรับมือกับเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
11.ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในอาเซียนรวมทั้งประเทศไทย
12.การลดช่องว่างด้านการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนจะช่วยลดปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานของประเทศที่พัฒนาน้อยกว่า
13.ช่วยให้ประชาชนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความยากจนจะลดลง สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง มีสวัสดิการทางสังคมที่มั่นคงและมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น
ประโยชน์จากด้านเศรษฐกิจ AEC (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน)
ประการแรก ไทยจะ “มีหน้ามีตาและฐานะ” เด่นขึ้นประชาคมอาเซียนจะทำให้เศรษฐกิจ “ของเรา” มีมูลค่ารวมกัน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีขนาดใหญ่อันดับ 9 ของโลก ยังประโยชน์แก่คนไทยทุกคนที่จะได้ยืนอย่างสง่างาม “ยิ้มสยาม” จะคมชัดขึ้น
ประการที่สอง การค้าระหว่างไทยกับประเทศอาเซียนจะคล่องและขยายตัวมากขึ้น กำแพงภาษีจะลดลงจนเกือบจะหมดไป เพราะ 10 ตลาดกลายเป็นตลาดเดียว ผู้ผลิตจะส่งสินค้าไปขายในตลาดนี้และขยับขยายธุรกิจของตนง่ายขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็จะมีทางเลือกมากขึ้นราคาสินค้าจะถูกลง
ประการที่สาม ตลาดของเราจะใหญ่ขึ้น แทนที่จะเป็นตลาดของคน 67 ล้านคน ก็จะกลายเป็นตลาดของคน 590 ล้านคน ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งลงทุนที่น่าสนใจ เพราะสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยสามารถส่งออกไปยังอีกเก้าประเทศได้ราวกับส่งไปขายต่างจังหวัด ซึ่งก็จะช่วยให้เราสามารถแข่งขันกับจีนและอินเดียในการดึงดูดการลงทุนได้มากขึ้น
ประการที่สี่ ความเป็นประชาคมจะทำให้มีการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารคมนาคมระหว่างกันเพื่อประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุน แต่ก็ยังผลพลอยได้ในแง่การไปมาหาสู่กัน ซึ่งก็จะช่วยให้คนในอาเซียนมีปฏิสัมพันธ์กัน รู้จักกัน และสนิทแน่นแฟ้นกันมากขึ้น เป็นผลดีต่อสันติสุข ความเข้าใจอันดีและความร่วมมือกันโดยรวม นับเป็นผลทางสร้างสรรค์ในหลายมิติด้วยกัน
ประการที่ห้า โดยที่ ไทยตั้งอยู่ในจุดกึ่งกลางบนภาคพื้นแผ่นดินใหญ่อาเซียน ประเทศไทยย่อมได้รับประโยชน์จากปริมาณการคมนาคมขนส่งที่จะเพิ่มขึ้นในอาเซียนและระหว่างอาเซียนกับจีน (และอินเดีย) มากยิ่งกว่าประเทศอื่นๆ
บริษัทด้านขนส่ง คลังสินค้า ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ จะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน จริงอยู่ ประชาคมอาเซียนจะยังผลทั้งด้านบวกและลบต่อประเทศไทย ขึ้นอยู่กับพวกเราคนไทยจะเตรียมตัวอย่างไร แต่ผลทางบวกนั้นจะชัดเจน เป็นรูปธรรมและจับต้องได้
ที่มา : http://www.thai-aec.com/227#ixzz2ZSBZ80B2
: https://praneearamdilokratblog.wordpress.com/